คอมเพรสเซอร์ คืออะไร? สำคัญอย่างไรในระบบปรับอากาศและทำความเย็น

Compressor ทำหน้าที่อะไร

หากพูดถึงหัวใจหลักของระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศ คอมเพรสเซอร์ (Compressor) คือ องค์ประกอบที่จะขาดไม่ได้ เพราะทำหน้าที่อัดและหมุนเวียนสารทำความเย็นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนในวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ หากเปรียบระบบทำความเย็นเหมือนร่างกายมนุษย์ คอมเพรสเซอร์ก็คือ หัวใจ ที่สูบฉีดพลังงานให้ทุกส่วนทำงานได้สมบูรณ์ ทั้งในเครื่องปรับอากาศ ตู้แช่ ห้องเย็น หรือระบบทำความเย็นในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นการเข้าใจว่าคอมเพรสเซอร์คืออะไร? ทำงานอย่างไร? และมีความสำคัญแค่ไหน จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกใช้งานหรือดูแลระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

คอมเพรสเซอร์ (Compressor) คืออะไร ?

คอมเพรสเซอร์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ อัดและหมุนเวียนสารทำความเย็น ภายในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนสถานะของสารทำความเย็นจากก๊าซความดันต่ำเป็นก๊าซความดันสูง ก่อนส่งต่อเข้าสู่คอนเดนเซอร์ (Condensing Unit) เพื่อระบายความร้อนออกนั่นเอง พูดง่าย ๆ คือ คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้วงจรการทำงานทั้งหมด เกิดการหมุนเวียนความเย็นอย่างต่อเนื่อง หากขาดคอมเพรสเซอร์ ระบบปรับอากาศหรือห้องเย็นก็ไม่สามารถสร้างความเย็นได้เลย

วงจรระบบทำความเย็นแบบอัดไอ

วงจรระบบทำความเย็น

หลักการทำงานของคอมเพรสเซอร์ คือ การดูดสารทำความเย็นในสถานะก๊าซจากเอวาโพเรเตอร์ (Evaporator) แล้วอัดให้มีความดันและอุณหภูมิสูงขึ้น จากนั้นจะส่งก๊าซที่ถูกอัดแล้วเข้าสู่คอนเดนเซอร์เพื่อระบายความร้อน จนเปลี่ยนกลับเป็นของเหลว ก่อนกลับเข้าสู่วงจรอีกครั้ง เป็นการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องในระบบ ซึ่งจุดสำคัญที่ต้องระวัง คือ คอมเพรสเซอร์ถูกออกแบบมา ให้อัดสารทำความเย็น ในสถานะก๊าซเท่านั้น การอัดสถานะของเหลว อาจทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหายได้ จากบทความที่แล้ว เรามีการเกริ่นนำเกี่ยวกับ อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบทำความเย็น มาบ้างแล้ว วันนี้ลองมาทำความรู้ กับประเภทคอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมกันดู 

คอมเพรสเซอร์ มีกี่ประเภท

เราอาจะแบ่งคอมเพรสเซอร์โดยจำแนกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ที่ใกล้ตัวเราแบบง่าย ๆ ได้ดังนี้

1. คอมเพรสเซอร์ชนิดปิดสนิท (Hermetic Compressor)

เป็นคอมเพรสเซอร์ที่ผู้ผลิตออกแบบ มีลักษณะเชื่อมปิดสนิท โดยหลักการถูกออกแบบมาให้ไม่สามารถซ่อมได้ เพราะส่วนใหญ่ทำมาจากเหล็กแผ่นขึ้นรูป หรือม้วนเป็นทรงกระบอก ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา

คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ (Reciprocating Type)

องค์ประกอบของ คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ (Reciprocating Type)

เป็นคอมเพรสเซอร์ที่ขึ้นชื่อว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง และซ่อมแซมได้ง่ายเมื่อเสียาย เพราะชิ้นส่วนที่แยกกันตามหน้าที่ มีการใช้งานมากที่สุดในระบบแอร์ และเครื่องทำความเย็น มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบนิยมนำไปใช้ในตู้เย็น ตู้แช่ เป็นหลัก เราจะไม่พบเห็นคอมเพรสเซอร์แบบนี้ในเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ๆ (ฉลากเบอร์ 5)

คอมเพรสเซอร์โรตารีชนิดปิดสนิท (Rotary)

องค์ประกอบ คอมเพรสเซอร์โรตารีชนิดปิดสนิท (Rotary)

ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง กินไฟน้อย นิยมใช้กับเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กเนื่องจากเสียงเงียบและสั่นสะเทือนน้อย คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่นี้จบพบมากในแอร์บ้าน ที่ใช้ฟินคอยล์ในการระบายความร้อน ขนาดมักไม่เกิน 36,000 BTU

คอมเพรสเซอร์สโครลชนิดปิดสนิท (Scroll)

องค์ประกอบของ คอมเพรสเซอร์สโครลชนิดปิดสนิท (Scroll)

เป็นคอมเพรสเซอร์ที่สามารถขับเคลื่อนปริมาณของสารทำความเย็นได้มาก จุดเด่นของคอมเพรสเซอร์สโครล คือ เป็นการนำเอาข้อดีของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบและโรตารี่มารวมกันทำให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น น้ำหนักเบา เสียงเงียบ นิยมนำไปใช้ในเครื่องปรับอากาศขนาดกลาง ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพสูง (ฉลากเบอร์ 5) ถึงขนาดใหญ่

2. คอมเพรสเซอร์ชนิดกึ่งปิดสนิท (Semi-Hermetic Compressor)

องค์ประกอบของ คอมเพรสเซอร์ชนิดกึ่งปิดสนิท (Semi-Hermetic Compressor)

เป็นคอมเพรสเซอร์ที่ผู้ผลิต ออกแบบให้มีลักษณะที่สามารถถอดประกอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายได้ โครงสร้างเป็นเหล็กหล่อ ส่วนมากมักจะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ลักษณะรูปทรงของ คอมเพรสเซอร์ลูกสูบชนิดกึ่งปิดสนิท จะมีแตกต่างจากคอมเพรสเซอร์ลูกสูบชนิดปิดสนิทอย่างชัดเจน โดยผู้ผลิตจะออกแบบให้ สามารถแยกถอดประกอบชุดมอเตอร์ หรือชุดห้องอัดแต่จะชุดได้อย่างอิสระ เช่น หากมีชิ้นส่วนเสียหายภายใน ลูกค้าสามารถส่งคอมเพรสเซอร์ไปซ่อมที่ศูนย์ซ่อมบำรุง โดยทางศูนย์จะทำการเปลี่ยน เฉพาะชิ้นส่วนที่เสียหายให้ แต่การขนส่ง หรือถอดออกจากระบบ อาจจะทำได้ลำบาก เนื่องจากมีขนาดใหญ่และน้ำหนักสูง

เราจะยังพบเห็นคอมเพรสเซอร์ชนิดนี้ได้ ในระบบทำความเย็น ( Supermarket, Hypermarket ) หรือเครื่องทำน้ำเย็น ( Chiller ) แต่ในปัจจุบันคอมเพรสเซอร์ Scroll ชนิดปิดสนิทจะเป็นที่นิยมกว่า เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง และขนาดเล็กกว่า

คอมเพรสเซอร์แบบสกรู (Screw Type)

องค์ประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบสกรู (Screw Type)

ใช้สกรูสองตัวหมุนเพื่อบีบอัดแก๊ส มีความทนทานสูง นิยมนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมความเย็น (ห้องเย็นขนาดใหญ่, ศูนย์กระจายสินค้า) หรืองานเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) สำหรับอาคาร หอประชุม ขนาดใหญ่

คอมเพรสเซอร์ ทำหน้าอะไร สำคัญอย่างไร?

หน้าที่สำคัญของคอมเพรสเซอร์ คือ เป็นส่วนประกอบที่รับผิดชอบในการให้สารทำความเย็นที่ทำให้ของเหลวถ่ายเทความร้อนไหลเวียนผ่านระบบ โดยคอมเพรสเซอร์ตั้งอยู่ในตู้ ด้านนอกของระบบ HVAC และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ของตัวเอง เมื่อคอมเพรสเซอร์เปิดขึ้นจะส่งสารทำความเย็น ที่เป็นก๊าซภายใต้แรงดันสูง สิ่งนี้ทำให้ก๊าซร้อนขึ้น และแรงดันที่เพิ่มขึ้น คือ สาเหตุที่ทำให้มันเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ระบบ โดยไปที่คอยล์ภายนอก เพื่อปล่อยความร้อนก่อน จากนั้นจึงเคลื่อนเข้าไปภายในอาคาร ซึ่งจะส่งแรงดันผ่านวาล์วขยายตัว และกลายเป็นของเหลวเย็น ในรูปแบบนี้ มันจะระเหยผ่านขดลวดในอาคาร และทำให้ภายในบ้านเย็นลง หากคอมเพรสเซอร์ใน AC ไม่ทำงาน AC จะไม่ระบายความร้อนใดๆ

นอกจากนี้การเลือกคอมเพรสเซอร์ที่เหมาะสมกับขนาดของระบบ จะช่วยลดการทำงานเกินกำลัง (Overload) และช่วยประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว เรียกได้ว่าคอมเพรสเซอร์ นั้นไม่เพียงแค่สร้างแรงดันในระบบ แต่ยังเป็นกลไกที่กำหนดประสิทธิภาพ ความเย็น และอายุการใช้งานของเครื่องทำความเย็นทั้งหมดเลยก็ว่าได้ 

แนะนำคอมเพรสเซอร์ สำหรับระบบทำความเย็นที่น่าสนใจ

สำหรับคอมเพรสเซอร์ที่น่าสนใจที่ที่เรานำมาฝากกันนี้ มีหลายรุ่น หลายประเภทด้วยกัน ได้แก่ 

1. GMCC คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ Fixed Speed FL R134a

คอมเพรสเซอร์GMCC แบบ Fixed speed รุ่น FL R134a

  • ใช้สารทำความเย็น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 
  • สามารถทำอุณหภูมิได้หลายช่วง 
  • มีเสียงขณะทำงานค่อนข้างเบา 
  • ประสิทธิภาพการทำงานสูง ทำความเย็นไว

ทำความรู้จักคอมเพรสเซอร์ตู้แช่ รุ่น Fixed Speed ให้มากขึ้น 

2. LG คอมเพรสเซอร์โรตารี่ สำหรับ R410A

คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ LG สำหรับ r410a

  • สามารถใช้ได้กับสารทำความเย็น R410A
  • น้ำหนักเบาขนาดกะทัดรัด
  • คอมเพรสเซอร์โรตารี่ สามารถทำงานได้โดยไร้เสียงรบกวน 

3. COPELAND Scroll™ คอมเพรสเซอร์สโครล ZB Series

คอมเพรสเซอร์สโครล Copeland

  • คอมเพรสเซอร์สโครล ZB สำหรับการทำความเย็นที่อุณหภูมิปานกลางถึงสูงและการทำความเย็น
  • สามารถใช้ได้กับสารทำความเย็น R22 R404A
  • น้ำหนักเบาขนาดกะทัดรัด เสียงรบกวนต่ำ
  • คอมเพรสเซอร์สโครล มีความสามารถในการดึงอุณหภูมิได้ดี จึงทำความเย็นได้รวดเร็ว

4. FRASCOLD คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ Single Stage (Semi-Hermetic) รุ่น V Series

คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ single stage Frascold V Series

  • การออกแบบที่กะทัดรัด
  • ระบบป้องกันขั้นสูง
  • มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 
  • สารทำความเย็น: HFO, HFC และสารทำความเย็นธรรมชาติ
  • การปรับสมดุลทางกลที่สมบูรณ์แบบ ช่วยลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน

สรุป

คอมเพรสเซอร์ มีความสำคัญในระบบปรับอากาศ และระบบทำความเย็นเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนหัวใจหลัก โดยมีหน้าที่ดูดและอัด สารทำความเย็นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ การที่เราได้ทราบถึงลักษณะของคอมเพรสเซอร์ชนิดต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ให้เหมาะสมกับงาน หรือการบำรุงรักษาได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

หากคุณกำลังมองหาซื้อคอมเพรสเซอร์ หรือ สนใจรายละเอียด ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานคอมเพรสเซอร์ชนิดต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ 

โทร : 063-4647294, 085-1117556 หรือ 02-446-5656 ต่อ 3210

LINE@ : Sangchaigroup

FACEBOOK : Sangchaigroup


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ คอมเพรสเซอร์ 

คอมเพรสเซอร์คืออะไร และทำงานอย่างไร?

คอมเพรสเซอร์คือ หัวใจสำคัญของระบบทำความเย็น ทำหน้าที่อัดและหมุนเวียนสารทำความเย็นภายในระบบ เพื่อเปลี่ยนสถานะของสารจากก๊าซแรงดันต่ำให้เป็นก๊าซแรงดันสูง ก่อนส่งต่อไปยังคอนแดนเซอร์เพื่อระบายความร้อน ทำให้ระบบสามารถผลิตความเย็นได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

คอมเพรสเซอร์มีกี่ประเภท และแตกต่างกันอย่างไร? 

คอมเพรสเซอร์มีหลายประเภท เช่น แบบลูกสูบ (Reciprocating), แบบสกูร (Screw), แบบโรตารี่ (Rotary) และแบบสโครล (Scroll) ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น แบบลูกสูบเหมาะกับงานขนาดเล็กถึงกลาง ส่วนแบบสกูรเหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความต่อเนื่องและประสิทธิภาพสูง  

เลือกคอมเพรสเซอร์อย่างไร? ให้เหมาะสมกับงาน 

การเลือกคอมเพรสเซอร์ควรพิจารณาจากขนาดของระบบทำความเย็น ประเภทของงาน เช่น ห้องเย็น โรงงาน หรือ ระบบปรับอากาศ รวมถึงปัจจัยด้านพลังงานและการบำรุงรักษา หากเลือกให้เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดพลังงานได้มากขึ้น

ดูแลคอมเพรสเซอร์อย่างไรให้ใช้งานได้นานขึ้น? 

การดูแลคอมเพรสเซอร์ที่ดีเริ่มจากการตรวจเช็กแรงดัน และระดับน้ำมันหล่อลื่นอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงทำความสะอาดคอนเดนเซอร์และกรองอากาศ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกสะสมที่อาจทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไป การซ่อมบำรุงเชิงป้องกันจะช่วยลดความเสียหายและยืดอายุการใช้งานของระบบได้มาก 

ถ้าคอมเพรสเซอร์เริ่มมีเสียงดัง หรือ ทำงานผิดปกติ ควรทำอย่างไร? 

หากคอมเพรสเซอร์เริ่มมีเสียงดัง หรือทำงานช้ากว่าปกติ ควรหยุดใช้งานและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที เพราะอาจเกิดจากแรงดันผิดปกติ น้ำมันขาด หรือ ชิ้นส่วนภายในสึกหรอ การใช้งานต่อไปอาจทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงและต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ 

สนใจขอใบเสนอราคา