HEPA vs HEPASilent™ ต่างกันอย่างไร? เลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับคุณ
ไส้กรองอเครื่องฟอกอากาศ HEPA vs HEPASilent

การเลือกเครื่องฟอกอากาศในยุคที่มลพิษหนาแน่น มักจะมีตัวเลือกเทคโนโลยีไส้กรองอากาศที่น่าสนใจให้เราต้องตัดสินใจ ระหว่างมาตรฐานอุตสาหกรรมที่คุ้นหูอย่าง HEPA และเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่ล้ำหน้าไปอีกขั้นอย่าง HEPASilent™ (ซึ่งคิดค้นโดยแบรนด์ Blueair) บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ทำไมการเลือกชนิดไส้กรองถึงสำคัญ?

ไส้กรองเปรียบเสมือน "หัวใจ" ของเครื่องฟอกอากาศ เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่น เสียงรบกวนขณะทำงาน และอัตราการกินไฟ หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศ PM2.5 ที่ดีที่สุดสำหรับบ้านของคุณ การทำความเข้าใจเทคโนโลยีไส้กรองคือด่านแรกที่พลาดไม่ได้

ทำไมการเลือกชนิดไส้กรองถึงสำคัญ?

 

HEPA มาตรฐานคืออะไร? รู้จักก่อนเปรียบเทียบ

HEPA (High-Efficiency Particulate Air) คือมาตรฐานแผ่นกรองอากาศที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ทำงานด้วยระบบกลไก (Mechanical Filtration) โดยใช้เส้นใยไฟเบอร์กลาสถักทออย่างหนาแน่นเพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ข้อดีคือกรองได้ละเอียดมาก แต่ข้อเสียคือความหนาแน่นของแผ่นกรองทำให้ลมผ่านได้ยาก เครื่องจึงต้องใช้พัดลมดูดอากาศที่แรงขึ้น ส่งผลให้เกิดเสียงดังและกินไฟมากกว่า

HEPASilent™ คืออะไร? เทคโนโลยีที่แตกต่าง

หลายคนอาจสงสัยว่า HEPASilent คืออะไร? นี่คือเทคโนโลยีเอกสิทธิ์จากแบรนด์ Blueair ที่แก้จุดอ่อนของ HEPA แบบเดิมๆ โดยผสมผสานการกรองด้วยกลไกเข้ากับการทำงานแบบเครื่องฟอกอากาศไฟฟ้าสถิ (Electrostatic Filtration)  หลักการคือ เมื่อฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคถูกดูดเข้าไปในเครื่อง จะถูกชาร์จประจุไฟฟ้าสถิต ทำให้ฝุ่นเหล่านั้นเกาะติดกับเส้นใยของแผ่นกรองได้ง่ายดายเหมือนแม่เหล็กดูดเหล็ก ด้วยเหตุนี้ แผ่นกรองจึงไม่ต้องถักทอหนาแน่นเท่า HEPA ทั่วไป ลมสามารถผ่านได้สะดวกขึ้น ทำให้อากาศสะอาดถูกปล่อยออกมาได้เร็วขึ้น ในขณะที่ใช้รอบพัดลมต่ำลง

เครื่องฟอกอากาศ ไฟฟ้าสถิต

เปรียบเทียบ HEPA vs HEPASilent แบบตาราง

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่าง

HEPASilent™ เหมาะกับใคร? เช็กก่อนตัดสินใจซื้อ

หากคุณเป็นคนที่ไวต่อเสียงรบกวนเวลานอนหลับ หรือกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศเงียบประหยัดไฟ ที่สามารถเปิดทิ้งไว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ เทคโนโลยี HEPASilent™ จะตอบโจทย์คุณได้ดีเยี่ยมที่สุดครับ เพราะได้ทั้งอากาศที่สะอาดรวดเร็วและบรรยากาศที่เงียบสงบในเวลาเดียวกัน

ใครที่อ่านแล้วสนใจเทคโนโลยี HEPASilent™ เราขอแนะนำสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุดของ Blueair อย่าง Blue Signature พามาดูสเปกแบบสั้นๆ ฉบับกระชับ ดังนี้

  • ครอบคลุมพื้นที่กว้าง: พื้นที่ 65 ตารางเมตรได้ภายใน 12.5 นาที และครอบคลุมสูงสุดถึง 156 ตารางเมตรใน 30 นาที
  • ระบบกรอง 7 ชั้นทรงพลัง: ดักจับมลพิษได้ 99.97% ที่ขนาดเล็กถึง 0.1 ไมครอน ด้วยเทคโนโลยี HEPASilent™ ที่จัดการได้ทั้งฝุ่น PM2.5 ไวรัส แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้
  • กำจัดกลิ่นหมดจดด้วย OdorFence™: ใช้เอนไซม์ชีวภาพและแร่ธาตุพิเศษ ดูดซับกลิ่นและก๊าซอันตรายได้ดีกว่าแผ่นกรองคาร์บอนทั่วไปถึง 10 เท่า
  • หมุนเวียนอากาศอัจฉริยะด้วย AirSense™: ระบบจะทำการหมุนเวียนอากาศอัตโนมัติวันละ 2 ครั้ง เพื่อรักษาความสดชื่น แม้จะยังตรวจไม่พบมลพิษก็ตาม
  • หน้าจอแสดงผลดอทเมทริกซ์พร้อมไฟ AQI: แสดงระดับ PM1, PM2.5 และ PM10 แบบเรียลไทม์ พร้อมไฟ 5 สีบอกคุณภาพอากาศ โดยจอจะทำงานเมื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • ไส้กรองอายุการใช้งาน 1 ปี: ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมระบบ RealTrack ที่ช่วยตรวจสอบอายุและสถานะของไส้กรองได้อย่างแม่นยำ

การทำความเข้าใจว่า HEPA กับ HEPASilent ต่างกันอย่างไร จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนกับสุขภาพได้อย่างแม่นยำขึ้น หากคุณมีงบประมาณจำกัดและไม่ได้ซีเรียสเรื่องเสียงรบกวน เครื่องฟอกอากาศที่ใช้ HEPA มาตรฐานก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่พึ่งพาได้ แต่ถ้าต้องการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ดีครบเครื่องทั้งเรื่องการดักจับเชื้อโรค ความรวดเร็วในการฟอกอากาศ และเสียงเงียบประหยัดไฟ นวัตกรรม HEPASilent™ ถือว่าตอบโจทย์ในระยะยาว

สนใจสั่งซื้อตามช่องทางด้านล่าง

หรือ สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Blueair line

Blueair facebook

Tel. 02-446-5666 ต่อ 2200, 2207

สนใจขอใบเสนอราคา