About Us

บทสัมภาษณ์ของพนักงานแสงชัยกรุ๊ปฯ บ้านของเราที่แสนอบอุ่น (ภาค 3)

%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%871

บทสัมภาษณ์ พนักงานพี่หนิง สุรินทร เขียวสนาม ตำแหน่ง Sales Supervisor

 

Q: แนะนำตัวพนักงาน ปัจจุบันทำงานตำแหน่งอะไร อยู่กับองค์กรมากี่ปีแล้ว
พี่หนิง : ชื่อนางสาวสุรินทร เขียวสนาม หรือจะเรียกว่าหนิงก็ได้ค่ะ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Sales Supervisor ทำงานอยู่กับแสงชัยมาจะเข้าปีที่ 7 แล้วค่ะ
Q: งานที่ทำอยู่ปัจจุบันตรงกับสาขาที่ จบมาหรือเปล่า แล้วเมื่อได้ทำงานด้านนี้รู้สึกอย่างไรมีความคิดอยากเปลี่ยนสายอาชีพไหม
พี่หนิง : งานปัจจุบันที่ทำอยู่ไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา หนิงเรียนจบมาจากคณะบริหารธุรกิจ แต่ก็สามารถที่จะนำความรู้และทักษะมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานได้ค่ะ เพราะการทำงานทุกอย่าง ไม่สามารถที่จะนำเอาความรู้ที่เรียนมา มากับการทำงานได้ทั้งหมด ต้องมีการหาความรู้เพิ่มเติมด้วยค่ะ แต่ส่วนของการอยากจะเปลี่ยนสายอาชีพไหม ในตอนนี้ยังไม่อยากจะเปลี่ยนสายงานค่ะ ตราบใดเท่าที่ยังมีความสุขและสนุกกับงานที่ทำอยู่ ก็ยังอยากที่จะทำงานในสายอาชีพนี้ต่อไปค่ะ
Q: คิดว่าตำแหน่งที่ทำอยู่มีความสำคัญอย่างไรต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร
พี่หนิง : ส่วนตัวคิดว่าทุกตำแหน่งล้วนมีความสำคัญกับองค์กรไม่แพ้กัน เพราะถ้าขาดส่วนงานใดงานหนึ่งไป ทุกอย่างก็จะเกิดความวุ่นวาย การทำงานจะไม่เป็นระบบแน่นอน แต่ในส่วนของงานขายที่ทำอยู่นั้น ส่วนตัวคิดว่างานขายถือเป็นหัวใจหลักขององค์กร เพราะฝ่ายขายจะต้องนำมาซึ่งยอดขาย ซึ่งถือเป็นรายได้หลักขององค์กร ทำให้องค์กรมีชื่อเสียง มีลูกค้าหลากหลายขึ้น และเป็นที่รู้จักในวงกว้างค่ะ
Q: ประสบปัญหาในการทำงานด้านไหนบ้างและมีวิธีแก้ไข หรือมีแนวทางการป้องกันการเกิดปัญหาอย่างไร
พี่หนิง : ปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เช่นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งส่งผลต่อยอดขาย และปัญหาเรื่องบุคคลากรอันนี้สำคัญ ทั้งเรื่องการลาออก การเทรนนิ่งพนักงานใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่พอเป็นงานแล้วก็จะลาออกด้วยหลายปัจจัยซึ่งเราควบคุมตรงนั้นไม่ได้ แต่มันทำให้เราเสียเวลา
Q: ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่องค์กรนี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์กรอย่างไร
พี่หนิง: ความเปลี่ยนแปลงขององค์กร ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ องค์กรมีความเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย นับตั้งแต่แผนกมียอดขายแค่ปีละ 6 ล้าน ตอนนี้กลายเป็น 60 กว่าล้าน ถ้าพูดถึงการเจริญเติบโตขององค์กรก็คือมากกว่า 10 เท่าตัว นั่นคือบริษัทของเรามีความมั่นคง ซึ่งมันคือตัวบ่งชี้ความสำเร็จ

Q: พนักงานคิดว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อพัฒนารูปแบบการทำงานได้อย่างไร
พี่หนิง : ถ้าในเชิงการติดต่อสื่อสาร หรือการนำเสนอแน่นอนว่าการมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้รูปแบบการทำงานดูสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น แต่ในแง่ของการขาย ยังเชื่อว่าการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้ายังคงเป็นหัวใจหลักของงานขายอยู่ มันคือเสน่ห์ที่บางครั้งก็พึ่งเทคโนโลยีไม่ได้ทั้งหมด

Q: ในฐานะที่ทำงานกับแสงชัยมานาน มีความรู้สึกประทับใจกับบริษัทอย่างไรคะ ถึงได้ทำงานอยู่กับแสงชัยได้นาน
พี่หนิง : ในส่วนของความของประทับใจนั้น มันหลายอย่างทั้งผู้บริหาร,เพื่อนร่วมงาน คือยังคงรู้สึกเสมอว่า ถ้าวันไหนที่เราตื่นขึ้นมาแล้วยังอยาก ไปทำงานอยู่ นั่นก็แสดงว่าเรายังพอใจ ยังโอเคกับสถานภาพตรงนี้อยู่ แต่ถ้าวันไหนที่ตื่นขึ้นมาแล้วมีความรู้สึกไม่อยากแม้กระทั่งลุกอาบน้ำไปทำงาน นั่นคืออวสานนะ คือต้องรู้ตัวเองแล้วว่าอาจเราไม่เหมาะกับงานที่ทำอยู่ หรือเรากำลังอยู่ผิดที่ผิดทาง ซึ่งกับที่นี่หนิงยังไม่รู้สึกนะ ยังคงอยากมานั่งที่โต๊ะตัวเดิม ยังอยากมาเจอเพื่อนๆ ที่ทำงานอยู่ ยกเว้นวันไหนที่ร่างกายเหนื่อยล้าจริงๆ อันนั้นน่าจะออกแนวขี้เกียจแล้ว

Q: ในฐานะที่ทำงานร่วมกับองค์กรมา มีอะไรอยากจะแนะนำน้องใหม่ที่ได้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันบ้าง
พี่หนิง : สำหรับน้องใหม่ที่จะเข้ามาทำงานกับแสงชัย ถ้าเป้าหมายในชีวิตการทำงานของคุณคือ ความมั่นคงและความสุขในการทำงาน บ้านแสงชัยก็ยินดีต้อนรับนะคะ แต่อย่าลืมว่าทุกความสุข ต้องเกิดจากใจเราก่อน